














“โครงการอนุรักษ์ทุเรียนพื้นบ้านนนทบุรี” มีการจัดเสวนาให้ความรู้กับเกษตรกรสมาชิกชมรมฯ ในหัวข้อ. "แนวทางในการอนุรักษ์ทุเรียนพื้นบ้านนนทบุรี" ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2555
จัดขึ้น 4 ครั้ง
1 อำเภอเมือง ณ วัดขวัญเมือง
2 อำเภอบางกรวย ณ วัดกล้วย
3 อำเภอปากเกร็ด ณ กองทุนหมู่บ้าน หมู่ 9 ตำบลท่าอิฐ
4 อำเภอบางใหญ่ บางบัวทอง ไทรน้อย ณ ห้องประชุมวัดสวนแก้ว
มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 700 คน

ในการจัดเสวนาในครั้งนี้มี นายชาตรี บุนนาค เกษตรจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดการเสวนา มีตัวแทนส่วนราชการเข้าร่วมฟังการเสวนา ได้รับเกียรติจาก คุณพูนสุข สีตะปะดล ผู้อำนวยกองส่งเสริมคุณภาพชีวิต นำเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี มาร่วมสนับสนุนการเสวนาในครั้งนี้

การเสวนานั้นเน้นให้เกษตรกรปลูกทุเรียนพื้นบ้านให้มากขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์ทุเรียนพื้นบ้าน
เนื้อหาในการเสวนา
*แนวทางการปลูก
*สายพันธุ์ที่ควรปลูก เช่น กบแม่เฒ่า กบชายน้ำ กำปั่นพวง เม็ดในยายปรางค์ ลวง กระดุมและชะนีเป็นต้น
*ทิศทางการตลาด
*แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้การร่วมเสวนา
ในการจัดโครงการนี้มี นายสุพจน์ ธูปแพ ประธานชมรมฯ และคณะกรรมการมีความตั้งใจ ในการจัดงานเพื่อให้ การอนุรักษ์ทุเรียนพื้นบ้านของนนทบุรี มีความชัดเจนมากยิ่งและหวังให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนมองเห็นความสำคัญ ในความตั้งใจจริงของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์ โครงการในระยะยาว ที่ต้องอาศัยความตั้งใจจริงความอดทนและความชำนาญของเกษตรกรในการดูแลทุเรียนให้เติบโต เพื่อพลิกฟื้นสวนทุเรียนนนท์ให้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง เรื่องผลผลิตและรสชาติของทุเรียน ซึ่งกว่าเราจะได้เห็นผลผลิตกันอีกทีก็คงเป็นอีก 5-6 ปีข้างหน้า
และภาพการประชุมเกษตรกร รวมถึงงานนิทรรศการทุเรียนนนท์




ชาวสวนทุเรียนนนท์ กว่า 500 คน โวย รัฐจ่ายเงินช่วยเหลือไม่เป็นธรรม ด้านผู้ว่าฯรับปากช่วยเสนอ รมต.เกษตรและสหกรณ์

ที่ลานธรรมวัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี มีชาวบ้านใน จ.นนทบุรี กว่า 500 คน มีอาชีพเป็นชาวสวนทุเรียน มารวมตัวประท้วงการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ปี 2554 ไม่เป็นธรรม โดยชาวสวนทุเรียนได้เงินช่วยเหลือเพียงไร่ละ 5,098 บาท แต่ถ้าเป็นในส่วนของพืชชนิดอื่นๆ กลับได้รับการดูแลเป็นกรณีพิเศษ เช่นกล้วยไม้กระถางจะได้เงินช่วยเหลือไร่ละ 182,643 บาท กล้วยไม้ตัดดอกไร่ละ 80,013 บาท ไม้ประดับกระถาง ไร่ละ 61,215 บาท
โดยตัวแทนชาวบ้านได้เสนอข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือ
1 .ให้จ่ายเงินช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนและมังคุดตามที่เสนอไป คือ เพิ่มจากไร่ละ 5,098 บาทเป็นไร่ละ 60,000 บาท
2.ต้องมีตัวแทนจากกลุ่มชาวสวนที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือร่วมอยู่ด้วยเพื่อป้องกันการทุจริต
3. ให้พิจารณาสรุปเรื่องที่เสนอไปแล้วนั้นให้เสร็จสิ้นภายใจ 7 วัน หากไม่ได้รับคำตอบจะร่วมตัวกันไปประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาลทันที ซึ่งนายวิเชียร พุฒิวิญญูผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้รับหนังสือและรับปากที่จะนำไปเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายในวันนี้ (5 มิ.ย.) ชาวบ้านจึงพอใจและสลายตัวโดยไม่มีการปิดถนนเหมือนอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา
ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่ปลูกแบบยกร่องในอัตราร้อยละ ๕๕ ของต้นทุนการผลิตรวม(๗๕,๑๔๒บาท/ไร่)เป็นเงิน ๔๑,๓๒๘ บาท/ไร่ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทุเรียนแบบยกร่องที่ได้รับความเสียหาย ๓,๓๑๕ ไร่จึงต้องให้ความช่วยเหลือรวมวงเงินทั้งสิ้น ๑๓๗,๐๐๒,๓๒๐ บาท โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๖ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เนื่องจากสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๕ แล้ว โดยสำนักงบประมาณ(สงป.)จัดสรรเงินงบประมาณให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายให้เกษตรผู้ประสบภัย ปี ๒๕๕๔
ขอขอบคุณ
•พระราชธรรมนิเทศ(พยอม กัลยาโณ)
•คณะรัฐมนตรี
•กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
•กรมส่งเสริมการเกษตร
•จังหวัดนนทบุรี
•องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี
•สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี
•สื่อมวลชน
•ผู้ให้การสนับสนุนทุกท่าน
•เกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนทบุรีทุกท่าน
